การกำกับดูแลและการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพ
การกำกับดูแลการโฆษณาอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายหรือการดำเนินการในลักษณะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ ผู้ประกอบกิจการวิทยุและโทรทัศน์ต้องระวัง รู้ทัน เพื่อที่จะรับลงโขษณาได้อย่างถูกต้อง ไม่เสี่ยงต่อการถูกร้องเรียนเพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำที่เข้าข่ายมิชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผลิดภัณฑ์สุขภาพ ดังนี้
ประกาศ กสทช. เรื่อง การกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2555
ข้อ 5(1) การออกอากาศรายการหรือการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจถามกฎหมายเกี่ยวกับผลิดภัณฑ์สุขภาพนั้น ฯ มีคำสั่งหรือคำวินิจฉัยว่าเป็นการด่าเนินการโดยไม่ขอบด้วยกฎหมาย
การโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ ต้องเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์สุขภาพใดต้องของขอนุญาตก่อนการโฆษณาหรือไม่ ซึ่งผลิตภัณฑ์สุขภาพแต่ละชนิดอาจมีข้อกฎหมายที่ใช้ในการโฆษณาแตกต่างกัน ต้องพิจารณาจากข้อกำหนดตามกฎหมาย หรือหลักเกณฑ์การโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับผลิตลิตภัณฑ์นั้น
พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522
พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510
พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562
พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558
พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535
พระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551
ข้อ 5(2) การออกอากาศรายการหรือการโฆษณาที่มีเนื้อหาสาระในลักษณะเป็นการจูงใจให้ผู้บริโภคเลือกใช้บริการหรือสินค้า โดยหลอกลวงหรือกระทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับบริการหรือสินค้านั้น หรือโดยการใช้หรืออ้างอิงรายงานทางวิชาการสถิติ หรือข้อมูลอันไม่เป็นความจริงหรือเกินความจริง
-
อาหาร ไม่มีสรรพคุณ บำบัด รักษาโรค ลดความอ้วน ผิวขาว
-
ไม่มีผลิตภัณฑ์วิเศษ ที่รักษาโรคร้าย เช่น มะเร็ง อัมพาต วัณโรค โรคเรื้อน อาการของโรคสมอง หัวใจ ปอด ตับ ม้าม ไต
-
เครื่องสำอาง ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือการทำงานของร่างกาย
-
ไม่มีผลิตภัณฑ์สุขภาพใด สามารักษาโรคให้หายขาด หรือมีประโยชน์มากมายในผลิตภัณฑ์เดียว และรับประกันผล
-
ไม่มีผลิตภัณฑ์สุขภาพใดที่ได้การรับรองจากหน่วยงาน หรือโดยบุคคลใด
ข้อ 6 การออกอากาศรายการหรือการโขษณาที่เป็นการหลอกลวงถามข้อ 5(2) จะต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
(1) ทำให้ผู้บริโภคโดยทั่วไปเข้าใจผิดในข้อเท็จจริง หรือคุณสมบัติ หรือคุณลักษณะของสินค้า หรือบริการและจากการเข้าใจผิดดังกล่าวมีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค
(2) มีการใช้ข้อมูลที่เป็นเท็จ หรือข้อมูลที่ถูกต้องแต่มีการปกปิดข้อมูลที่สำคัญหรือให้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจน ไม่อาจเข้าใจได้ กำกวมไม่เหมาะสมจนเป็นเหตุให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในบริการหรือสินค้านั้น
(3) การละเว้นการนำเสนอข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการหรือสินค้าซึ่งหากผู้บริโภคทราบข้อมูลดังกล่าวแล้วย่อมตัดสินใจไม่เลือกใช้บริการหรือสินค้านั้น
